[sf] baby it's cold outside
posted on 21 Nov 2011 15:35 by poodingjae in FictionsPG - 13
Yunho x Jaejoong
Yuchun x Junsu
รักครั้งแรกของคุณเริ่มต้นเมื่อไหร่?
ตอนสามขวบผมเคยขอเด็กผู้หญิงข้างบ้านเป็นแฟน คบกันได้ครึ่งวันแล้วก็เลิกเพราะแม่งอ้วกใส่เสื้ออุลตร้าแมนของผม..
ตอนหกขวบ มีเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มขอผมเป็นแฟน คนนี้คบนานกว่าแฟนคนแรกครับ...
เลิกกันเพราะแม่งน่ารำคาญ.. เธอติดผมมาก พอเลิกเรียนผมจะเล่นกับเพื่อนผู้ชายเธอก็ไม่ให้เล่นเว้ย.. แบบ.. ลากผมไปเล่นบาร์บี้อะ!
ทนไปได้สามวันก็ขอเลิกเลยครับ .. บอกไปว่า “เธอดีเกินไป เราเลิกกันเถอะ”
คิดย้อนไปแล้วก็ตลกดี แก่แดดชิบหาย..
โตขึ้นมา ตอนป.6 ..
ตอนนั้นผมอายุสิบสองครับ
ชอบเด็กผู้หญิงคนนึง เธอชื่อควอน โบอา อยู่ห้องหนึ่ง ผมอยู่ห้องสอง
คือ... ห้องมันตรงข้ามกัน
ผมนั่งหน้าสุดริมประตู เธอนั่งแถวที่สามนับจากหน้าต่าง.. แถวที่สองนับจากกระดาน
สวรรค์ครับ..
ผมมองเห็นเธอทุกวัน.. เธอมองเห็นผมทุกวันเหมือนกัน คือ.. นึกภาพออกมั้ย? กระดานของเราไปกันคนละฝั่งน่ะครับ
มองกันไปมองกันมาได้หนึ่งอาทิตย์เธอก็เข้ามาถามชื่อผมตอนพักกลางวัน
“หวัดดี.. ชื่ออะไรหรอ?” โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
น่ารักโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
“ช..ชองยุนโฮ”
“หรอ.. เราชื่อควอน โบอา.. เพิ่งย้ายมาจากญี่ปุ่น”
เธอยิ้มครับ..
ผมก็ยิ้มตอบ..
สอง วันหลังจากนั้นเราก็ ไปกินอาหารญี่ปุ่นกันทุกวันครับ ผมจ่าย โดนแม่บ่นทุกวัน ว่าตัวแค่นี้ทำไมใช้เงินเปลือง .. (ถึงแม้ว่าบ้านของเราจะเป็นบริษัทอัญมณีติดอันดับโลกก็ตาม) ครับ เราเป็นแฟนกัน
...............ได้สองเดือน
“ยุนโฮ.. เลิกกันเถอะ”
“ฮ้ะ!”
แทบพ่นราเมน...
“เรา.. เราไม่ได้ชอบยุนโฮมากขนาดนั้นอะ”
“ฮะ..”
“เลิกกันเถอะ”
แล้วเธอก็ออกจากร้านไป..
ทิ้งให้ผมนั่งอ้าปากหวออยู่คนเดียว..
ผมอึ้งอยู่ประมาณสามนาที.. แล้วก็เรียกพี่พนักงานมาเก็บตังค์..
ค่อยๆลุกขึ้นจากโต๊ะ.. กลับบ้าน..
ระหว่างทางฝนตกครับ
ลืมพกร่มมา.. เปียกมะล่อกมะแล่ก
โดนแม่ด่าแต่ก็ไม่สนใจครับ.. เดินขึ้นห้อง.. อาบน้ำ.. ล้มตัวลงนอน
แล้วก็.. ร้องไห้..
โหย.. มันโคตรแบบ เฮิร์ทอะ คือ.. เชี่ยเอ๊ย เฮิร์ทมาก
เจ็บโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
ผมไม่มีแฟนอีกเลยตั้งแต่วันนั้น
จนกระทั่งม.ปลาย
ผมย้ายมาเรียนในโซล
แล้วก็.. ได้เจอกับคนคนนึง..
คือ..
ก็แบบ..
เขินว่ะ.. ให้เล่าจริงๆหรอ?
........
เขินว่ะ (หัวเราะ)
ก็..
จนกระทั่งขึ้นม.ปลาย .. ผมเจอกับคนคนนึง..
วันแรกที่เปิดเทอม..
ผมหาห้องไม่เจอ..
แทบร้องไห้........................................
คือโรงเรียนนี้มันใหญ่มากครับ..
ก็แหงอยู่แล้วอะ.. ค่าเทอมแม่งขูดรีดมาก พูดง่ายๆ.. ต้องรวยในระดับนึงครับถึงจะเรียนที่นี่ได้..
เครื่องแบบสวยมาก
ติดแอร์ทุกห้อง
ใครอยากอยู่ประจำก็จ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว.. ใครจะไปจ่ายล่ะครับ (แต่ก็มีว่ะ) ผมซื้อห้องในคอนโดอยู่ดีกว่า
แล้วก็.. มันเป็นชายล้วนอะนะ (หัวเราะ)
...ผมบอกไปแล้วใช่มั้ยว่ามันใหญ่?
เออ... บอกไปแล้ว
มันก็ไม่แปลกครับที่ผมจะหาห้องไม่เจอ
ไม่รู้จะทำไงครับ...
แทบร้องไห้จริงๆ..
คืออีกสิบนาทีเข้าเรียน แต่กูหาห้องไม่เจอ !!
ผมงี้แทบทรุด..
แล้วก็...
“พี่เห็นเราขึ้นลงตึกอยู่สามรอบแล้ว.. ให้ช่วยอะไรรึเปล่า?” รู้สึกอุ่นๆตรงไหล่..
แล้วก็เลยหันหลังไปมอง
......
ผมเห็นดวงตากลมๆที่บอกว่าเขากำลังเป็นห่วง.. ปากอิ่ม.. ที่ถูกวาดเป็นรอยยิ้มส่งมาให้.. เหมือนโลกจะหยุดหมุนอะ..
พี่ เขาอยู่ในเครื่องแบบ.. ที่ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่นัก กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออกมาเผยให้เห็นผิวขาวที่ตัดกับผมสีดำ ชายเสื้อที่ไม่ยัดเข้าไปในกางเกงเหมือนนักเรียนทั่วไป เช่นเดียวกับที่พี่เค้าไม่ยอมใส่สูทดำขลิบแดงเลือดหมูกับเนคไทด์ที่เป็น เครื่องแบบชิ้นสำคัญ
ครับ..
คนนี้แหละ..
ใช่เลย..
“ผมหาห้องไม่เจอ”
บอกพี่เค้าไปตามตรง..
“เพิ่งมาโรงเรียนวันแรกหรอ?” เสียงหวานๆนั่นกลั้วหัวเราะ “อยู่ห้องอะไรล่ะ”
“หนึ่งเอ..”
พี่เขาเลิกคิ้วแล้วพยักหน้าตอบรับ “ใช้ได้นี่..”
“ครับ..”
รู้สึกเหมือนตัวเล็กลงไปอีก..
“พาไปส่งมั้ย?”
“ครับ”
ปฏิเสธให้โง่ดิวะ!
ผมมารู้ทีหลังว่าพี่เขาชื่อแจจุง.. อยู่ปีสาม..
แล้วก็เพิ่งรู้ว่าพี่เค้าป๊อบมาก
อ่านปากนะ..
“ม-า-ก”
“น้อง.. คือสีเราขาดลีด ปีสองเขาคุมสแตน ทำพาเรดแล้ว ใครไม่ขึ้นมาเป็นลีดให้หน่อยดิ” พี่ปีสามห้องเอยกกันมาเกือบหมด.. พี่คนพูดเหมือนจะอยู่กลุ่มเดียวกับพี่แจจุง ชื่อ.. ยูชอนมั้ง
“เร็วๆ มีซักคนมั้ย? ม่วงกับฟ้ามันซ้อมลีดกันจะจบเพลงแรกแล้วนะเว้ย”
รู้สึกว่ากีฬาสีโรงเรียนเราแบ่งสีตามห้องน่ะครับ.. ห้องเอบีซีอยู่สีแดง ดีอีเอฟอยู่สีม่วง จีเอชไออยู่สีฟ้า ..มีแค่สามสี
ไม่มีผู้ชายคนไหนในห้องอยากเป็นครับ..
กริบทั้งห้อง
“ห้องบีกับซีเค้าอาสาเป็นลีดกันจะหมดแล้ว ห้องน้องจะไม่ช่วยสีหน่อยหรอวะ”
กดดันชิบหาย..
นั่งก้มหน้ากันเกือบทั้งห้อง..
ครับ.. เกือบ..
มีแค่ผมที่นั่งหลังสุด..
...ชะเง้อหาพี่แจจุงครับ
ปัง!!!!
เสียงตบโต๊ะครับ..
“นี่จะไม่ร่วมมือกันเลยหรือไงวะ! จะเอาแต่เรียนหรอ? ไม่คิดจะร่วมกิจกรรมอะไรเลยหรอวะ!!!”
พี่ยูชอนตวาดสุดเสียงครับ..
สงสารคนที่นั่งหน้าสุดชิบหายเลย..
“มึงใจเย็น”
เสียงคุ้นๆว่ะ...
“ใจเย็นเหี้ยไรวะมึงแจจุง.. เด็กมันไม่สนใจห่าอะไรเลยอะ”
...แจจุง
“มึงใจเย็น ค่อยๆพูดดิ.. ตอนเราอยู่ปีหนึ่งก็เป็นแบบนี้อะ”
เสียงพี่แจจุง...
“กูเย็นไม่ไหวแล้วสัตว์!”
“มึงอย่ามาด่ากูนะ”
“กูไม่ได้ด่ามึง”
“ไม่ได้ด่าเหี้ยอะไรวะ”
พี่ยูชอนสบถ แล้วตบโต๊ะอีกรอบ “กูบอกมึงแล้วไงว่ากูไม่ได้ด่า มึงแหละด่ากู”
“มึงอย่ามาขึ้นเสียงกับกูนะปาร์คยูชอน!”
...ผมว่าผมเห็นพี่แจจุงแล้ว
วันนี้ใส่สูทดำขลิบเลือดหมูถูกระเบียบครับ.. ผมดำ.. สูทดำ มันยิ่งทำให้พี่เขาขาวมากโคตรๆ..
คือสวยโคตร..
“กูไม่ได้ขึ้นเสียงกับมึง”
“มึงกำลังขึ้นเสียงกับกูอยู่ หัดใจเย็นๆบ้างดิวะ!”
หน้าหวานๆนั่นบอกว่าเจ้าตัวกำลังโกรธครับ.. ขมวดคิ้วใหญ่เลย..
“กูบอกแล้วว่ากูเย็นไม่ลง!”
“กูสั่งให้มึงใจเย็นไงปาร์คยูชอน!”
..เหมือนลูกแมวขู่
“มึงจะให้กูท...”
พี่ยูชอนชะงัก.. ผมเห็นพี่เขาก้มลงมองคนข้างหน้า เจ้าของโต๊ะที่พี่เค้าตบน่ะแหละ..
“เป็นอะไร?”
ใครเป็นอะไรวะ?
“ฮึก..”
อา...
เสียงสะอื้นว่ะ..
ทั้งห้องเลิกก้มหน้าครับ ค่อยๆชูคอกันมองไปที่หน้าห้อง
“ใครร้องไห้วะ” ผมหันไปกระซิบกับเพื่อนข้างๆ.. มันชื่อ.. ชื่ออะไรวะ.. ซักชื่ออะ..
“เหมือนจะชื่อคิมจุนซูมั้ง..”
มันก้มหน้าลงไปทำโน้ตย่อต่อ.. ไอ้เหี้ย นี่เพิ่งเปิดเทอมมาสามวันนะ.. มึงเขียนโน้ตย่อเตรียมอ่านสอบแล้วหรอวะ
“แล้วนายชื่ออะไร?”
มันหันมามองผม
“โจควอน”
แล้วก็ก้มลงไปเขียนต่อ
เลิกสนใจมันเหอะ..
ผมสนใจคนข้างหน้ามากกว่า
พี่ยูชอนก้มตัวลงมองคิมจุนซูที่นั่งหน้าสุด หมอนั่นนั่งสะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร ผมเห็นมันยกมือขึ้น แล้วส่ายหัวเป็นพัลวัน
“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วร้องทำไม?”
“ไม่..ฮึก..ไม่ร้อง”
“ออก ไปคุยกับน้องเค้าข้างนอกเหอะ เดี่ยวกูจัดการเอง” ดูเหมือนว่าพี่ยูชอนที่ค่อยๆสงบลงเพราะการดราม่าของรุ่นน้องจะเชื่อฟังเป็น อย่างดี .. แค่พี่แจจุงเอ่ยปากพูด พี่เขาก็พยักกหน้าแล้วสะกิดจุนซู
“ออกไปคุยกัน” หมอนั่นสั่นหัวดิก “เร็วๆ เสียเวลา ออกไปคุยข้างนอก”
“ฮืออ”
มันร้องไห้ลูกเดียว
จนพี่ยูชอนต้องกระชากแขน แล้วจูงออกไปจากห้องเรียน
บรรยากาศของห้องดูไม่ตึงเครียดเหมือนเมื่อกี้ครับ.. แต่ก็กริบอยู่ดี
ได้ยินแต่เสียงแอร์
บางส่วนหันไปเขียนขยุกขยิกเหมือนคนข้างๆผม บางส่วนก็อ่านหนังสือ .. แต่ส่วนใหญ่กำลังเงยหน้าขึ้นมองพี่แจจุง..คนสวย..ของกู..
มือ ของพี่เค้ายกขึ้นเสยผมดำระต้นคอที่ปรกหน้าอยู่ พี่แจจุงก้มลงมองพื้นชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ.. แล้วยิ้ม... เหมือนไม่มีอะไรเกิดชึ้น
โคตรน่ารัก..
“สีเราขาดลีดคนนึง.. พี่อยากให้ห้องเอร่วมกิจกรรมบ้าง” ผมยืดตัว.. ไม่ได้อยากเป็นลีดหรอกครับ แต่อยากมองหน้าพี่เค้า.. เหมือนตุ๊กตาว่ะ.. อยากกอด..
ผมมัวแต่จ้องพี่เขา..
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่..
รู้ตัวอีกที..
“น้องที่หาห้องไม่เจอวันนั้น..”
หา?
“เราน่ะแหละ หลังห้องอะ”
.....
พี่เขาเรียกผม..
“ชื่ออะไรน่ะ.. มาเป็นลีดให้พี่ได้มั้ย”
พี่เขาจ้องผม... สายตา... ที่บอกว่ากำลังขอร้อง..
“ครับ...”
ไม่รู้ว่าผีสางเทวดาที่ไหนบันดาลใจให้ผมตกลงเป็นลีดของสีแดง..
แล้วเรื่องของเราก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนั้น
ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากฟังอะไรที่มันจิปาถะมากเท่าไหร่..
เอา เป็นว่าตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไปซ้อมลีดทุกวันครับ.. แล้วก็.. เจอพี่แจจุงที่คอยนั่งดูทุกวัน (มารู้จากเพื่อนที่เต้นด้วยกัน – บอกว่าพี่เขาเองก็ไม่เคยเป็นลีดหรอกครับ แค่มาคุมเฉยๆ --- ดูท่าว่าพี่เขาจะเต้นไม่เป็นดด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ)
ตอนแรกก็จะตายเอา..
คือมันไม่ใช่แนว..
ผมชอบเต้นนะ แต่ให้มา สามมมม สี่ หนึ่งสองสามสี่ ห้าหกเจ็ดแปดนี่มันไม่ใช่แนวว่ะ (หัวเราะ) คือ.. ก็นะ.. มันไม่ใช่
อา...
ทำไมไม่ถอนตัวหรอครับ?
เคย แล้ว.. เคยจะถอนตัวแล้ว ตอนที่ฝึกไปได้อาทิตย์นึง ถึงจะได้เจอหน้าพี่แจจุงทุกวัน.. ได้คุยกันบ้างสองสามคำในวันนึง แต่ก็บอกแล้วไง ว่ามันไม่ใช่แนว
ไปขอถอนตัวกับพี่แจจุงครับ.. (หัวเราะ)
“อืม.. ก็ไปสิ” พูดแค่นั้นแล้วก็ทำท่าจะเดินหนีไปเลย..
“เดี๋ยวพี่..”
“อะไร ไม่อยากเต้นก็ไม่ต้องเต้น ช่วยสีแค่นี้ไม่ได้ใช่มั้ย”
“พี่แจจุง..”
พี่เขานิ่งไปซักพัก.. แล้วหันกลับมามองผม
คือตอนนั้นแบบ..
.....
มันแบบ ไม่ไหวแล้วครับ เข้าใจปะ? (หัวเราะ)
พี่แจจุงที่เหลือแค่เชิ้ตขาวไม่ติดกระดุมสองเม็ดบน.. แถมชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงนี่แบบ..
คือน่ารักอะ..
แล้วยิ่งขอบตาแดงๆ.. เหมือนจะร้องไห้.. คือโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
กูแบบ
ระเบิดตัวตาย เข้าใจปะ? คือมันแบบ
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย โว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
กูอยากแบบ โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
สวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โอเค...
จริงๆ น่ารักมาก สวย.. ลืมไปหมดอะว่าเค้าเป็นผู้ชาย เห็นแล้วใจเต้นรัว (หัวเราะดังๆ)
ผมเดินเข้าไปหาพี่เขา.. หยุดอยู่ตรงหน้า
“อะไร.. ไอ้เด็กหาห้อง..”
“พี่.. ผมชื่อยุนโฮครับ.. ชองยุนโฮ”
ขมวดคิ้วอีกแล้ว.. ปากแดงยื่นออกมาเหมือนเด็กโดนขัดใจอะ.. โอย.. ตาย...
“อื้ม.. จะจำไว้..”
“ถ้าพี่อยากให้ผมเต้น ผมก็จะเต้น”
พี่แจจุงเลิกคิ้ว
“ทำไม?”
“ก็... ตอบแทนที่พี่พาผมหาห้องวันนั้นไง”
ก็.. แค่นี้ล่ะครับ..
หลังจากนั้นเราก็คุยกันบ่อยขึ้น
อื้มมมม..
มีความสุข
อันที่จริง.. พอผ่านไปเดือนนึง เราก็คุยกันทุกวันครับ
คุยกันทุกวันจริงๆ แล้วเพื่อนพี่เค้าก็แซวทุกวัน
ตอนสอบปลายภาคหนึ่ง.. พี่เค้าก็มาติวให้
บอกว่าตอบแทนที่ช่วยสี.. อา... เขินครับ...
ติวกันที่ห้องสมุดที่เปิดทุกวันไม่เว้นปิดเทอม วันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือวันนักขัตฤกษ์
ติวไปได้ไม่ถึงชั่วโมง ผมก็เริ่มชวนพี่แจจุงคุย..
“ผมยังไม่เคยคุยกับพี่ยูชอนเลยพี่.. พี่สนิทกันหรอ?”
คือพี่แจจุงเค้าพูดว่าประมาณว่ายูชอนเก่งภาษาอังกฤษมากน่ะ
“อืม สนิทกันน่ะ ทำไมหรอ?”
“เปล่าพี่.. ผมว่าพี่เค้าน่ากลัว” ...ไม่น่าสนิทกับคนน่ารักแบบพี่ (แอร๊ย)
“อ้อ..” พี่แจจุงพยักหน้า “ตอนนั้นใช่มั้ย? ตอนเด็กที่ชื่อจุนซูร้องไห้”
“ครับ.. เพื่อนผม”
คราวนี้พี่แจจุงตาโต
“สนิทมั้ย”
“ไม่ค่อยอะครับ ผมไม่ค่อยมีเพื่อนในห้องเท่าไหร่.. คุยกับจุนซูบ่อยสุดแล้วล่ะ”
“เฮ้ย.. แล้วทำไมไม่รู้เรื่องยูชอน?”
“ครับ?”
พี่แจจุงหัวเราะครับ เริ่มต้นหัวเราะ หัวเราะดังมากจนอาจารย์บรรณารักษ์ส่งสายตาดุๆมาให้
“เด็กนั่นกับไอ้บ้ายูชอนมันดูๆกันอยู่ นี่จุนซูไม่เคยเล่าให้ฟังเลยหรอว่าเป็นยังไง? เพื่อนกันจริงปะเนี่ย?”
“อ๋อ.. ไม่เคยคุยกันเรื่องนั้นครับ”
พี่แจจุงหัวเราะอีกรอบ
“ยูชอนมันติสต์.. อารมณ์รุนแรงจริง โกรธง่าย แต่หายเร็ว”
“แบบตอนนั้น”
“อืม.. นั่นระดับปานกลาง” ปากกาคิตตี้ถูกวางลง พี่แจจุงประสานมือแล้วยกขึ้นช้อนใต้คาง
“มีมากกว่านั้นหรอครับ”
“อืม.. หมอนั่นเคยบอกไว้ นึกยังไงมาถามเรื่องมันกับพี่เนี่ย?”
“ก็อยากชวนพี่คุย”
แล้วพี่แจจุงก็ยิ้มครับ.. ยิ้มเหมือนเดิม
“เออ รู้แล้ว”
ผมอยากจะพูดว่าพี่น่ารัก
อยากจะบอกว่าพี่สวย
...อยากกอดพี่
......
มันอาจจะเร็วไปนะ..
แต่อยากบอกพี่เค้าอะ..
ว่าผมชอบพี่นะ.. ชอบพี่มากๆ.. เป็นแฟนกับผมได้มั้ย...
อา....
ฮ่าๆๆๆๆ....
สอบเสร็จแล้วครับ
ก็.. ไปรอพี่เค้าหน้าห้องสอบ
คือ... จริงจังครับ คิดว่าจะจีบแล้วล่ะ..
พี่ปีสามสอบเสร็จช้ากว่าผมหนึ่งชั่วโมง.. ก็รอพี่เค้าหน้าห้องน่ะแหละครับ..
รอไปสี่สิบนาที พี่คนอื่นๆก็เริ่มออกมา พี่ยูชอนเห็นผมก็เดินเข้ามาหา แล้วถามว่า “จุนซูสอบเสร็จรึยัง?”
........เออ
ผมก็พยักหน้าไป.. แล้วก็ถามพี่เค้า “พี่แจจุงสอบเสร็จยังครับ?”
พี่ยูชอนนิ่งไปซักพัก.. แล้วก็ยิ้มเว้ย
“จะจีบมัน?” พอผมไม่ตอบ พี่เค้าก็ขำ “เออ ทนมันหน่อยแล้วกัน ดื้อชิบหายอะ”
“แล้วพี่จะจีบจุนซูหรอ?”
พี่เค้าไม่ตอบครับ.. แล้วก็เดินผิวปากไปเลย
ไอ้นี่กวนตีน...
“บอกแจจุงด้วยนะเว้ย ว่าพี่ไปหาจุนซูแล้ว ไม่ต้องรอ ไปเดทกันได้เลย”
อีกยี่สิบนาทีต่อมา.. คนสวยของผมก็เดินออกจากห้องสอบครับ
คนสุดท้าย..
ขอบตาแดงๆอีกแล้ว
อา.. น่ารัก
นิ่งอยู่หน้าห้องสอบซักพักครับ จนอาจารย์เดินออกมา พี่เค้าก็โค้งให้.. แล้วก็ ยืนนิ่งๆต่อ
เป็นอะไรของเค้านะ?
ผมรอไม่ไหวครับ เดินเข้าไปหา
“พี่แจจุง?” สาบานได้ว่าแค่สะกิดที่ไหล่.. พี่เค้าก็หันมามอง... แล้วก็... เบะ...
“ยุนโฮ..”
.............................................
.............................................................................
..........................................................................................................
พี่เค้า... กอดผม..
กอดแน่นมาก...
สะอึกสะอื้นยกใหญ่เลย...
“พี่เป็นอะไร... ร้องทำไมครับ..”
หัวกลมๆนั่นโคลงเบาๆ แล้วกอดแน่นขึ้นอีก.. ผมเลยลูบหัวเค้า
รู้สึกเลยครับว่าสูทเปียก (หัวเราะ)
“พี่แจจุง”
“ทำไม่ได้.. ทำวิชาสุดท้ายไม่ได้..”
พูดเสียงอู้อี้ครับ..
แล้วก็ผละออกมา.. ก้มหน้า.. เอามือปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ
“วิชาเดียวเองพี่”
“ปีสามแล้ว คะแนนเดียวก็มีผลกับทั้งชีวิตนะ..” พูดไปสะอื้นไปครับ แล้วก็ปล่อยโฮอีกรอบ
“โธ่พี่... ครั้งหน้าเอาใหม่.. เดี๋ยวผมติวให้เอง”
"ฮือ...”
ร้องอย่างเดียวครับ.. ยืนร้องไห้อย่างเดียว.. ผมก็ ทำยังไงดีวะ? รวบตัวเข้าไปกอดหรอ? บ้าน่า....
ก็เลย.. ยกมือขึ้นครับ แล้วก็ลูบหัว
“คือทำไม่ได้.. ทำไม่ได้จริงๆ”
เริ่มต้นร้องหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็บ้าจริงๆ.. บ้าโคตรๆ..
กอดพี่เค้าครับ... กอดแน่นมาก..
แล้วพี่เค้าก็... กอดกลับ
อยู่อย่างนั้นจนพี่เค้าสงบลงน่ะครับ ยี่สิบนาทีได้มั้ง (หัวเราะ) คิดไปแล้วก็ขำดี.. ทำไมถึงร้องไห้หนักขนาดนี้นะ แค่วิชาเดียวแท้ๆ..
มารู้เหตุผลทีหลัง ก็ขำก๊ากเลยครับ.. เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังนะ (หัวเราะ)
วันนี้ไม่มีซ้อมลีด
ไม่มีซ้อมสแตน
ไม่มีซ้อมพาเรด
ก็เลย.. กลับกับพี่แจจุง.. คือเอาจริง.. ผมเพิ่งรู้ว่าเราอยู่คอนโดเดียวกันเมื่อวาน (หัวเราะดัง)
ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราสนิทกันขนาดนี้ในฐานะรุ่นพี่กับรุ่นน้อง..
พี่เค้าหยุดร้องไห้แล้วครับ.. เหลือแค่จมูกแดงๆ ปากแดงๆ แล้วก็ตาแดงๆ
งุ๊งงิ๊งใหญ่เลย.. ว่าอาย
ผมเลยบอกไปว่าไม่ต้องอายหรอก.. ทั้งชั้นตอนนั้นมีแค่ผมกับพี่อยู่สองคน
พี่เค้าก็เลยบอกว่านั่นแหละอาย.. ร้องไห้ซบอกหนักขนาดนั้น
ผมหัวเราะ แล้วก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ
พี่เค้าก็.. ตีแรงๆที่หลังครับ
ผมถามพี่เค้าว่าเขินหรอ
พี่เค้าก็บอกว่าเปล่า ไม่ได้เขิน
ไม่ได้เขินบ้าอะไรวะ.. หน้าแดงขนาดนี้อะ
ระหว่างทาง.. ก็ชวนพี่เค้าไปกินข้าวครับ
แต่พี่เค้าก็ส่ายหน้า บอกว่าไม่เอา เปลืองตังค์
ผมเลยบอกไปว่าเออ.. เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง
พี่เค้าก็ส่ายหน้า แล้วก็ชวนผมไปห้องเค้า
..บอกว่าเดี๋ยวทำให้กิน
ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้วะ..
ห้องพี่แจจุงอยู่ชั้นสิบหกครับ ผมอยู่ชั้นสิบเจ็ด
รู้ว่าพี่เค้าอยู่ห้องไหนแล้วก็ดี จะได่ย่องมาหาทุกวัน (หัวเราะ)
ห้อง พี่แจจุงเรียบร้อยมาก น่าอยู่มาก ไม่เหมือนห้องผมที่เต็มไปด้วยถุงขนมกับเสื้อผ้าระเกะระกะ แล้วก็กางเกงในม้วนตัวเป็นเลขแปดประปราย.. เออครับ ผมซกมก
ตอนนี้ทุ่มนึงแล้วครับ ค่ำแล้ว พี่เค้าก็ทำกิมจิจิเกอยู่
ส่วนผมก็ดูทีวี ตอนแรกงี้นั่งเกร็งเชียว พอพี่เค้าบอกว่าตามสบาย ก็นะครับ.. นอนไขว่ห้าง กินขนม เหมือนอยู่ห้องตัวเองอะ
“เสร็จแล้ว” ตะโกนมาจากในครัวครับ ผมรีบวางขนม ปิดทีวี แล้วรีบวิ่งไปหาเลย
“หิวแล้ว” ยกมือขึ้นลูบพุง แล้วมองพี่แจจุงครับ.. พี่เค้าก็หัวเราะ
ผมช่วยพี่เค้าเตรียมจาน.. พี่เค้าก็ยกหม้อมาวางตรงกลางของโต๊ะ.. ไม่รู้ว่าผีสางเทวดาตนไหนสั่งให้ผมเข้าไปกอดพี่เค้าจากข้างหลัง..
คือมองแล้วเคลิ้ม.. เห็นพี่เค้าหัวยุ่งๆ ใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วก็ยิ้มกว้างๆทีเคลิ้มครับ..
แพ้คนสวย..
(พี่แจจุงอ่านความคิดผมได้นี่คงถีบผมไปแล้ว เค้าไม่ชอบให้ใครบอกว่าสวยครับ)
“พี่ตัวหอม” ฟุดฟิดอยู่ที่ผมพี่เค้าครับ.. จริงๆผมไม่ควรทำแบบนี้นะ
“อื้ม..”
“พี่แจจุง” มือของพี่เค้าจับอยู่ที่มือของผมข้างหน้า
พี่เค้าไม่ได้แกะออก..
แต่กำลังกระชับมันให้แน่นขึ้น
“ผมชอบพี่นะ..”
“อื้ม.. รู้แล้ว”
“ผมรักพี่นะ..”
“พี่รู้..”
“เป็นแฟนกับผมได้มั้ย..”
แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้นครับ..
มีแค่พี่แจจุงที่หันหลังกลับมามองหน้า.. แล้วเราก็จูบกัน
มีความสุขเป็นบ้า..
ผมไม่เคยจูบใครมาก่อน
มันเป็นจูบแรกของผม..
นานเกือบยี่สิบนาทีครับ..
ยก ตัวพี่เค้าขึ้นนั่งบนพนักพิงโซฟา ล้วงมือเข้าไปใต้เชิ้ตขาวของโรงเรียน.. หลังพี่เค้าเนียนมาก.. นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนนั้น.. หื่นเป็นบ้าว่ะ (หัวเราะ)
พี่แจจุงเองก็ใช่ย่อยครับ.. ขยุ้มผมของผมใหญ่.. แล้วก็.. เอามืออีกข้างปลดกระดุม
ไม่รู้ว่าเชิ้ตของผมมันกองลงไปกับพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไหนที่พี่แจจุงเหลือแค่เชิ้ตกับบ็อกเซอร์ตัวเดียว
เรายังคงจูบกัน..
เรารู้ว่าเราต้องการกันและกัน
บางทีถ้าพี่แจจุงไม่ผละออกมา.. อะไรๆอาจเกินไปกว่านี้ก็ได้..
“มันเร็วไปยุนโฮ..”
อา...
ผมหัวเราะแก้เก้อ.. แล้วยกมือขึ้นติดกระดุมเชิ้ตให้เขา..
พี่แจจุงหน้าแดง
“ไว้พี่เข้ามหาลัยได้ก่อน..”
“อื้มมมม”
“พี่ไม่เหมือนคนอื่น.. ดังนั้น.. รอจนกว่าจะพร้อมนะยุนโฮ..”
“ครับ”
ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นพี่เขาหมายถึงอะไร..
กว่าจะกินข้าวกันได้.. ก็เกือบสามทุ่มครับ
พี่แจจุงทำกิมจิจิเกอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
พอกินเสร็จก็.. ง่วงครับ
งอแง ไม่ยอมกลับห้อง.. ก็เป็นแฟนกันแล้ว.. อยากนอนกับพี่แจจุง..
หมายถึง.. นอนเฉยๆ แบบ กอดกัน แต่ก็ไม่ได้อะไรอะไรกันอะ..
พี่เค้าขมวดคิ้ว แล้วก็บอกว่าตามใจครับ .. ผมเลยวิ่งไปหยิบชุดนอนที่ห้อง อาบน้ำ แล้วก็วิ่งลงมานอนรอพี่เขาอาบ
“วันนี้วันเดียวนะ”
แล้วก็.. นอนครับ
นอนเฉยๆ นอนคุยกัน
ผมกอดพี่เค้าไว้.. ดูเป็นเด็กม.ปลายปี่หนึ่งที่แก่แดดจังเลยนะ(หัวเราะ)
ก็คุยกัน..
พี่แจจุงเป็นลูกชายเจ้าของสายการบินชื่อดังครับ ตอนรู้งี้ผมอึ้งเลย.. ถ้าไปทำลูกเค้าเสียใจมีหวังออกนอกประเทศไม่ได้แหงๆ
ผมถามพี่เค้าว่าชอบผมตั้งแต่เมื่อไหร่
พีเค้าก็บอกว่าชอบตั้งแต่ตอนที่ผมขอถอนตัวจากการเป็นลีด .. บอกว่าผมน่ารักดี
อา...
เขินครับ...
ผมถามพี่เค้าว่าตอนที่ทำข้อสอบไม่ได้ วิชาอะไร ร้องไห้ทำไม
พี่เค้าหน้าแดง..
แล้วก็บอกว่า.. สอบประวัติศาสตร์ยุโรป.. วิชาเซียนพี่เค้า.. แต่ทำไม่ได้ เสียใจมาก
ผมก็ถามพี่เค้าว่าทำไมทำไม่ได้
หน้างี้แดงยิ่งกว่าเก่า..
พี่เค้าบอกว่าเพราะเมื่อคืนมัวแต่โทรมาติวให้ผม.. จนหลับ.. ไม่ได้อ่าน..
น่ารักเป็นบ้า..
กีฬาสีจบแล้วครับ
ก็.. สีเราชนะ
ตอนรับรางวัลงี้.. พวกพี่ปีสามร้องไห้กันใหญ่
อ้อ.. ข่าวดี
พี่แจจุงเอนท์ติดแล้วครับ สอบตรงเข้าคณะที่อยากเข้า.. คะแนนสูงมากกกกกกกก
ตอนรู้ว่าติด แถมได้คะแนนเป็นอันดับสาม วิ่งขึ้นมาเคาะห้องผมแล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย บอกว่าดีใจ เอนท์ติดแล้ว
ดีใจเนอะ..
แล้วก็ครับ..
ถึงไหนนะ?
อ๋อ.. สีเราชนะ
มาเลี้ยงกันที่บ้านพี่ยูชอนครับ ใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมไม่รู้จักใครหรอก จริงๆปีหนึ่งไม่มีใครได้มาเลยนอกจากจุนซูกับผม.. ครับ หมอนั่นคบกับพี่ยูชอนแล้ว
พี่ยูชอนงี้หลงมากกก รักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
พี่แจจุงบอกว่าถึงขั้นเลิกเจ้าชู้เพื่อจุนซู.. โห.. จริงจัง
พูดถึงเรื่องเจ้าชู้..
วันนี้ ครับ ผมแข่งลีดไง แต่งตัวเต็มยศ.. ตื่นตั้งแต่ตีสาม พี่แจจุงเดินเข้ามาปลุกถึงห้อง (มีคีย์การ์ดของกันและกันครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ) ฉุดไปอาบน้ำ.. คือผมไม่ยอมอาบ จะกอดพี่เขา พี่เขาก็บอกตัวเหม็น.. จะจูบ ก็โดนด่ากลับมาว่าปากเหม็น เลยต้องจำใจไปอาบครับ..
อาบเสร็จพี่แจจุงก็พาไปโรงเรียน แต่งหน้า แต่งตัว แล้วผมก็ซบไหล่พี่เค้าหลับจนถึงเจ็ดโมง
ก็.. วันนี้โรงเรียนเปิดให้เด็กโรงเรียนอื่นเข้ามาดูด้วยครับ
ผู้หญิงเต็มโรงเรียน อาหารตาชัดๆ (หัวเราะ)
แล้วก็.. มีผู้หญิงมาขอถ่ายรูปกับผม.. คือมันจี้มากเว้ย เค้าจะถ่ายรูปกับผม เลยขอพี่แจจุงเป็นตากล้องให้เว้ย
คือแบบ ขำ
พี่แจจุงงี้หน้างอ
แล้วก็.. งอนครับ ไม่ยอมคุยด้วย
ผมเลยง้อเขา.. ถ่ายรูปคู่กัน แล้วก็เอาตั้งเป็นวอลโฟน
เขินใหญ่เลย ฮ่าๆๆๆๆ
งานเลี้ยงวันนี้ อย่างที่บอกไปครับ จัดที่บ้านพี่ยูชอน
ริมสระว่ายน้ำ พี่แจจุงใส่ขาสั้น .. ขาวว่ะ.. คือหวง..
หัวเราะกับเพื่อนใหญ่ คือพวกพี่ปีสามเค้าก็สนุกกัน ผมกับจุนซูก็เลยปลีกตัวมานั่งดูอยู่ห่างๆ
ก็.. คุยกันตามประสาเพื่อนร่วมห้องครับ คุยกันไป คุยกันมา ก็กลายเป็นว่าสนิทกันมากขึ้นโดยปริยาย
จุนซูเล่าให้ฟังว่าพี่แจจุงเคยโทรมาหาเขา
โทรมาร้องไห้ ร้องอย่างเดียว ไม่พูดอะไร แล้วก็วางไป
ผมก็งง ว่าทำไมไม่โทรมาหาผม หรือหาพี่ยูชอน?
คือ.. ตอนนั้นพี่แจจุงงอนพี่ยูชอน..
แล้วเขาก็.. งอนผมด้วย..
คือผมผิดครับตอนนั้น อารมณ์ไม่ดีอยู่ โดนอาจารย์ด่ามาทั้งๆที่ไม่ผิด
เหวี่ยงใส่ทุกคนรอบตัวครับ..
แม้กระทั่งพี่แจจุง.. ผมเผลอไปตวาดใส่เขาแล้วก็เดินหนีออกมา
กว่าจะสำนึกได้ ก็ตอนตีสองครับ.. คงหลังจากตอนที่พี่แจจุงโทรหาจุนซูแหละ
ผมก็วิ่งลงไปง้อเขา
กระป๋องเบียร์บนพื้นคือสิ่งแรกที่ผมเห็น
คนกินก็ไม่เมาครับ คอแข็งมาก เบียร์สามกระเป๋องไม่ทำให้พี่แจจุงเมาได้หรอก
พี่แจจุงนั่งตาแดงๆอยู่บนเตียง พอเห็นผมก็ทำงอน ไม่มองหน้าแล้วถามว่ามาทำไม
พอเข้าไปกอด..
ก็.. ร้องไห้ครับ หนักมาก แล้วตีๆๆๆๆๆๆ ว่าทำไมต้องตวาดด้วย
ผมก็ขอโทษ...
คือรักพี่เค้ามาก.. รักมากจริงๆ..
คุยกับจุนซูซักพักครับ พี่ยูชอนก็มาหา.. แล้วก็ถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่ไปคุยด้วนกัน
จุนซูก็ส่ายหน้า แล้วบอกว่าไม่รู้จักใคร
พี่ยูชอน ยิ้ม แล้วบอกว่ารู้จักพี่ไง..
โอ๊ย.. จะอ้วก...
เลี่ยน..
ซักพักนึง พี่แจจุงก็เดินมาบ้างครับ
หน้าแดงกว่าปกติ
ตางี้เยิ้ม..
เมาชัวร์..
“ยุน..”
แล้วก็นั่งตักผม
“เมาหรอ?” ถามสั้นๆครับ แล้วก็ตามระเบียบ พี่แจจุงส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่มาววว”
คนไม่เมาบ้านไหนวะ.. จูบผมต่อหน้าพี่ยูชอนกับจุนซู..
จูบไม่พอ.. จะถอดเสื้อผมเว้ย!
ผมเลยจับหน้าพี่เค้า แล้วตีเบาๆ
ถึงเลิกทะลึ่งครับ..
พี่ยูชอนเงี้ยขำจนจะลงไปกลิ้งกับพื้น พึมพำครับว่า “กูว่าแล้ว กูว่าแล้ว”
ล้อเสร็จก็จูงมือจุนซูไปไหนไม่รู้ ทิ้งผมกับพี่แจจุงไว้สองคน
“เมาใช่มั้ยพี่? กลับห้องมั้ยครับ?”
พี่แจจุงส่ายหน้า แล้วยกมือขึ้นคล้องคอผม.. จ้องตา แล้วก็ซบไหล่
“กลับยังไง.. ขับรถเป็นหรอ.. ตอนนี้พี่ขับไม่ได้หรอกนะ ”
คือพี่แจจุงมีรถครับ.. เมื่อกี้ก็ขับมาล่ะ
“เป็น”
“อายุสิบหก.. ขับได้ยังไงล่ะ..”
“ผมขับได้น่า.. พี่ก็แค่สิบแปด อย่าบ่นมากนักเลย”
“เด็กบ้า.. “
“เออ.. ผมรู้ กลับห้องนะ ไม่อยากให้ใครเห็นพี่เมา..”
คราวนี้ผละออกมาครับ.. แล้วเปลี่ยนเป็นกอดแทน.. ซบไหล่อยู่อย่างนั้นแหละ
“หวงหรอ”
“อืม.. หวง”
“น่ารักชะมัดเลย.. ไอ้เด็กบ้า..”
“เออ”
ในที่สุดผมก็พาพี่แจจุงกลับห้องได้ครับ..
ขับรถเอง.. ถูกกฎจราจรด้วยนะเว้ย (ยกเว้นใบขับขี่ – ไม่มีครับ) ระวังอย่างดี.. กลัวพี่แจจุงเป็นอะไรไป..
จริงๆพี่แจจุงไม่ได้เมาอะไรมาก..
แค่ยิ้มบ่อยกว่าปกติ หน้าแดงกว่าปกติ น่ารัก..กว่าปกติ...
“พี่รักยุนโฮนะ.. รักมาก..”
อื้ม.. ปากหวานกว่าปกติด้วยล่ะ (หัวเราะ)
----------------------------------------
หา? ฮะ.. อะไรนะ? จบแล้วหรอ?
เฮะะะ จริงจัง? อะไรนะ? จบแล้ว
หรือยังไม่จบ?
ฮะ?
จบรึยัง?
ไม่รู้เหมือนกัน?
5555555555555+
ค่ะ.. จบรึยังอะ? .. หรือว่ายังไม่จบ? 555555555+
แจจุงไม่เหมือนคนอื่นยังไงอะ? จบแล้วจริงหรอ? แล้วมันมีอะไรต่ออะ? ไม่รู้เหมือนกันค่ะ..
จบจริงดิ?
เฮะะะะะ
ไม่จบน่า..
หรือจบนะ?
ชางมินยังไม่ออกเลยนี่นาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
5555555+ ติดตามต่อไป
คือตอนแรกว่าจะไม่ลงค่ะ คือแบบ ชั่ววูบมาก ชั่ววูบจริงๆ
อะไรดลใจให้แต่งอันตัวข้าพเจ้าก็มิอาจรับรู้ได้
ชั่ววูบมวากกกกกกกกกกกกก
จำได้ว่าเมื่อวาน นั่งเปิดไฟล์ฟิคดราม่าเรื่องนึงว่าจะแต่งต่อ
ไปๆมาๆ.. ปิด แล้วเปิดไฟล์ฟิคแฟนตาซีมาจะแต่งต่อ
แล้วก็ปิด
แล้วก็.. กลายมาเป็นฟิคชั่ววูบเรื่องนี้
ฮ่าา
ภาษาก็.. แปลกๆรึเปล่าคะ?
ิอยากลองแต่งอะไรให้ยุนแจหวานๆกันบ้าง ที่ผ่านมาแต่งแต่ฟิคที่ค่อนข้างดราม่า..
ยังไงก็.. ขอบคุณมากๆค่ะ 5555555555555555+
ปล. ถามว่าทำไมถึงชื่อ baby.. it's cold outside
ทั้งๆที่เนื้อหาไม่มีอะไรหนาวเลย
คิดชื่อไม่ออกค่ะ OTL=33 พอดีฟังเพลงนี้อยู่ 5555555555555555555+
ปล. thanks my lily♥ + my best sis shimprincess

